Coco วันอลวน วิญญาณอลเวง

รีวิว Coco : เมื่อหนังครอบครัวพิกซาร์ รวมร่างกับหนังเพลงผจญภัยแบบดิสนีย์

Coco ถ้าตระกูลของคุณมีคำสอนสำคัญที่ยึดถือกันมาหลายรุ่นคือ ห้าม เล่นดนตรีเด็ดขาด แล้วถ้าความฝันของคุณคือการเป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่อย่างไอดอลในตำนานล่ะ ถ้าคุณถูกสั่งให้ต้องเลือกระหว่างครอบครัวที่รักหรือสิ่งที่รัก คุณจะทำอย่างไร? อนิเมะ 2020

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มวัยแสวงหาตัวตนอย่าง มิเกล ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นอย่าง เออร์เนสโต้ เดอ ลา ครูซ นักดนตรีที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของเม็กซิโก แล้ววันแห่งคนตาย ประเพณีที่คนเม็กซิกันเชื่อว่าวิญญาณบรรพบุรุษจะกลับมาเยี่ยมญาติ ๆ ของตนก็วนมาถึง

แต่สำหรับเขามันคือโอกาสในการเข้าแข่งขันโชว์ความสามารถด้านดนตรีที่เขาแอบฝึกฝนมาตลอด เคราะห์ร้ายไปหน่อยที่อุปสรรคมากมายขัดขวางเขาจนทำให้เขาหลุดไปในโลกวิญญาณ และทางที่จะกลับมาได้ก็มีเพียงการทำให้ผีบรรพบุรุษยอมรับในตัวเขาให้ได้ ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหาถ้าเขาจะยอมเลิกเล่นดนตรีที่เป็นความฝันไปตลอดชีวิตได้ง่าย ๆ

วันอลวน วิญญาณอลเวง เป็นแอนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องที่ 19 ของ พิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ ซึ่ีงใช้เวลาพัฒนานานมากถึง 7 ปี นานสุดของสตูดิโอเลยด้วย โดยรอบนี้ยังนำทีมหนังครอบครัวอย่างผู้กำกับ ลี อันคริช แห่ง Toy Story 3 มากำกับร่วมกับ เอเดรียน โมลิน่า ผู้สร้างสรรค์เรื่องราวใน Monsters University โดยมี ดาร์ลา เค. แอนเดอร์สัน จาก Toy Story 3 อำนวยการสร้าง หนังเลยออกมาแนวครอบครัวอบอุ่นซาบซึ้งใจดูได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ๆ เลยทีเดียว ซึ่งก็เหมือนเป็นลายเซ็นงานของพิกซาร์ที่สร้างฐานแฟนได้ทั่วโลกมาตลอดด้วย

แต่สิ่งที่รู้สึกทำให้หนังเรื่องนี้พิเศษกว่าหนังพิกซาร์เรื่องที่ผ่าน ๆ มา ก็ตรงมันมีส่วนผสมความเป็น ดิสนีย์แอนิเมชั่นสตูดิโอ ที่ทำหนังอย่าง Frozen หรือ Moana อยู่ไม่ใช่น้อยเลย การเกิดของดิสนีย์พิกซาร์คราวนี้ ถือว่าลงตัวมากสามารถดึงจุดแข็งจุดดีของแต่ละค่ายมาใช้อย่างลงตัว

ด้วยความเป็นหนังเกี่ยวกับดนตรีด้วยทำให้เราได้ดูหนังพิกซาร์ที่มีเพลงเป็นองค์ประกอบหลักอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นด้วย ซึ่งเพลง อย่าลืมฉัน ที่เป็นตัวเอกนี่ยิ่งเดินเรื่องไปยิ่งซึ้งและเพราะขึ้นเรื่อย ๆ เลยครับ ต่อไปเราน่าจะได้ดูแอนิเมชั่นคุณภาพสูง ๆ จากดิสนีย์พิกซาร์นี้มากขึ้นด้วยครับ ดูอนิเมะ

นอกจากเส้นเรื่องของครอบครัวมิเกล ปริศนาที่ทำให้เราต้องติดตามการผจญภัยนี้จะแข็งแรงแล้ว รายละเอียดที่เปี่ยมสีสันและสนุกมาก ๆ ในโลกของคนตายก็เป็นตัวชูโรงสำคัญที่ทำให้ดูได้อย่างเพลิดเพลินด้วย นอกจากนี้หนังยังใส่วัฒนธรรมเม็กซิกันที่ศึกษามาอย่างดี ทำให้เราได้เห็นความงดงามในแบบวิถีเม็กซิกันด้วย ตรงนี้พวกฝรั่งน่าจะชอบเพราะเขาสนใจวัฒนธรรมที่แตกต่างอยู่แล้ว

ยิ่งเป็นเม็กซิกันที่พรมแดนติดกันด้วยก็คงได้อารมณ์ความใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีคนดังในอดีตของเม็กซิโกมาปรากฏในเรื่องด้วย ทั้งอดีตดารา ทั้งศิลปินสาวชื่อดังอย่าง ฟรีดา คาห์โล เป็นต้น ตรงนี้น่าจะได้ใจคนเม็กซิกันมากเพราะหนังทุบสถิติทำเงินสูงสุดของประเทศไปแล้ว

อีกเรื่องที่อยากกราบคือการสร้างตัวละคร คนแก่ อย่าง มาม่าโคโค่ ที่ยกระดับงานสร้างจากตอน Up ขึ้นมาได้เนี้ยบมากทั้งรอยย่น และบุคลิกที่เหมือนจริงมาก ดูแล้วนึกถึงคุณย่าคุณยายที่บ้านมาก ๆ เลยครับ

นอกจากนี้ความพิเศษที่แฟน ๆ น่าจะชอบมาก ๆ คือหนังสั้น Olaf’s Frozen Adventure โอลาฟกับการผจญภัยอันหนาวเหน็บ ที่ฉายเปิดก่อนเข้าหนัง Coco ที่ได้ตัวละคร โอลาฟ ขวัญใจเด็ก ๆ จากแอนิเมชั่นพันล้าน Frozen มาเป็นตัวเอกเล่าเรื่องการผจญภัยตามหาประเพณีฉลองคริสต์มาสที่เจ๋งที่สุดในอาณาจักรเอามาฉลองกับ เอลซ่า และอันนา ในวันคริสต์มาสครั้งแรกหลังจากทั้งคู่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันด้วย

โดยความเจ๋งคือเป็นหนังสั้นที่ยาวถึง 21 นาที จัดหนักมาก รวมกับเวลาของ Coco ก็ทำให้เราได้ดูกันเต็มอิ่ม 2 ชั่วโมง 10 นาที เลย (พาน้อง ๆ เด็กเล็กเข้าห้องน้ำไว้ก่อนหนังฉายเลยครับ) แถมด้วยเพลงเพราะ ๆ ที่แต่งใหม่พิเศษให้ฟังจุใจ 4 เพลงกันเลย ส่วนตัวชอบเพลงปิดที่เอลซ่ากับอันนาร้องคู่กัน เพราะมาก ๆ ครับ เวอร์ชั่นไทยจะได้แก้มกับหนูนามาให้เสียงและขับร้องก็น่าจะเพราะมากไปอีกแบบต้องลองครับ

ซึ่งตัวหนังยาวภาคต่อของ Frozen ก็มีข่าวว่าน่าจะมาในปี 2019 นู้นล่ะครับ ดูหนังโอลาฟคั่นเวลาก่อนก็บันเทิงดีเหมือนกันนะ ได้ทั้งตลก ลุ้น ตื่นเต้น ซาบซึ้งใจ มาครบจริง ๆ